Valrhona อธิบายคำว่า cocoa ได้คมมาก เพราะมันพาเรากลับไปต้นทางว่าเครื่องดื่มช็อกโกแลตไม่ได้เริ่มจากน้ำตาล แต่เริ่มจากเมล็ดคาเคาที่ผ่านการแปรรูปเป็นรูปแบบต่าง ๆ แล้วค่อยกลายมาเป็นผงโกโก้ เนื้อโกโก้ หรือช็อกโกแลตที่เราใช้ในร้านและในขนม
ตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเราเข้าใจ cocoa แค่ในฐานะรสหวาน เราจะพลาดครึ่งหนึ่งของเสน่ห์มันไป กลิ่นคั่ว โทนขมปลาย และความหนาของ texture คือสิ่งที่ทำให้แก้วช็อกโกแลตดี ๆ ไม่กลายเป็นแค่นมหวานสีน้ำตาล
cocoa กับ chocolate ไม่ใช่คำเดียวกันเสียทีเดียว
ในมุมของคนทำเครื่องดื่ม ความต่างนี้มีผลต่อการออกแบบรสทันที บางครั้งเราอยากได้ความตรงและแห้งแบบโกโก้ผงเพื่อให้ความขมคมขึ้น บางครั้งเราอยากได้ความมันและความหนาจากช็อกโกแลตหรือ cocoa mass เพื่อให้แก้วรู้สึกหรูและลึกขึ้น
เพราะอย่างนี้ แก้วโกโก้ที่ดีจึงไม่ควรหวานนำจนกลบทุกอย่าง แต่ควรมีโครงรสให้รู้สึกถึงต้นทางของเมล็ดคาเคาด้วย นั่นคือจุดที่คำว่า rich ควรแปลว่าลึก ไม่ใช่แค่หวานหนัก
ที่ Oasis ควรเริ่มจาก Hot Chocolate หรือ Mocha
ถ้าคุณอยากเข้าใจ character ของ cocoa ล้วน ๆ ให้เริ่มจาก Hot Chocolate ก่อน เพราะมันเปิดพื้นที่ให้กลิ่นและ body ของช็อกโกแลตชัดกว่า แต่ถ้าชอบกาแฟอยู่แล้วและอยากให้รสคั่วของโกโก้มีเอสเพรสโซ่มาช่วยยกโครง Mocha จะเป็นแก้วที่สมบูรณ์กว่า
ทำไมมอคค่าถึงยังน่าสนใจ
มอคค่าที่ดีไม่ใช่กาแฟที่ใส่ช็อกโกแลตลงไปเฉย ๆ แต่มันคือการทำให้ความคั่วของเอสเพรสโซ่กับโทนโกโก้เดินเป็นทางเดียวกัน ถ้าช็อกโกแลตมากเกิน กาแฟจะหาย ถ้ากาแฟแข็งเกิน ช็อกโกแลตจะกลายเป็นแค่เงา
ที่ Oasis เราชอบใช้แก้วมอคค่าเป็นสะพานสำหรับคนที่อยากได้อะไรหวานขึ้นจากลาเต้ แต่ยังไม่อยากออกจากโลกกาแฟ เพราะมันคงความหอมของช็อตไว้ ขณะเดียวกันก็เติม texture และ depth จากโกโก้เข้าไป
ต้นทางที่ใช้อ่านต่อ: Valrhona - Cocoa เราหยิบแนวคิดเรื่องต้นทางของ cocoa รูปแบบการแปรรูป และภาษาของรสชาติ มาเล่าใหม่ให้เข้ากับคนที่กำลังเลือก Hot Chocolate หรือ Mocha ในร้าน
