บทความจาก Naoki Matcha อธิบายมัทฉะได้ตรงประเด็นมาก: มัทฉะไม่ใช่ชาเขียวธรรมดาที่ชงเข้มขึ้น แต่เป็นใบชาที่ปลูกในร่มอยู่ช่วงหนึ่งก่อนเก็บเกี่ยว แล้วนำมาบดทั้งใบเป็นผงละเอียด นั่นทำให้ทั้งกลิ่น รส และสัมผัสต่างจากชาเขียวทั่วไปชัดเจน
เวลาเราดื่มมัทฉะ เราไม่ได้แค่ดื่มน้ำชาที่สกัดออกมาจากใบ แต่เราดื่มผงใบชาทั้งหมดที่ถูก whisk ให้รวมกับน้ำหรือนมด้วย นี่คือเหตุผลที่มัทฉะให้ body หนากว่า และมักมีรสที่ติดอยู่ในปากนานกว่าชาใส
ทำไมมัทฉะถึงให้พลังแบบนิ่ง
หนึ่งในเหตุผลที่คนจำนวนมากย้ายจากกาแฟบางแก้วมาหามัทฉะ คือมัทฉะมีคาเฟอีนเหมือนกัน แต่ประสบการณ์ของมันมักไม่พุ่งเร็วแบบเอสเพรสโซ่ หลายคนจึงรู้สึกว่ามันเหมาะกับช่วงที่ต้องการโฟกัสนาน ๆ มากกว่าการเร่งตัวเองอย่างรวดเร็ว
Naoki ยังชี้ให้เห็นเรื่อง L-theanine และบุคลิกของมัทฉะที่ให้ความ calm พร้อมกับ alertness เราไม่อยากขยายเกินข้อเท็จจริงด้านสุขภาพ แต่ในเชิงประสบการณ์การดื่ม นี่คือสิ่งที่หลายคนรู้สึกจริง: มัทฉะพาให้สมาธิมานิ่งกว่าเครื่องดื่มหวานจัด
รสที่ดีของมัทฉะควรเป็นแบบไหน
มัทฉะที่ดีไม่ควรขมแข็งอย่างเดียว ในบทความต้นทางมีการอธิบายว่ามัทฉะที่ดีจะมีโทนหวานบาง ๆ กลิ่นถั่ว กลิ่นพืชสด และ umami ผสมกัน ถ้าผงคุณภาพไม่ดี ความขมจะโผล่เด่นเกินและกลบมิติอื่น
ตรงนี้สำคัญสำหรับร้านกาแฟ เพราะถ้าจะทำ Matcha Latte ให้ดี นมไม่ควรไปกลบชาทั้งหมด แต่ควรช่วยทำให้เนื้อและปลายรสของมัทฉะชัดขึ้น ถ้าทำ Cloud Matcha Coffee ก็ยิ่งต้องระวังสมดุล เพราะกาแฟกับมัทฉะสามารถแย่งกันพูดได้ง่าย
ถ้าเริ่มจาก Oasis ควรลองแก้วไหน
ถ้าเพิ่งเริ่มจากมัทฉะ ให้ลอง Matcha Latte ก่อนเพื่อจับโทนชาและสัมผัสที่นุ่มกว่า แต่ถ้าเป็นคนดื่มกาแฟอยู่แล้วและอยากขยับเข้าหาโลกสีเขียวแบบไม่ตัดกาแฟออก Cloud Matcha Coffee จะเป็นแก้วที่สนุกกว่า
ต้นทางที่ใช้อ่านต่อ: Naoki Matcha - What is Matcha? เรานำประเด็นเรื่องการปลูกในร่ม การบดทั้งใบ รสชาติ และลักษณะพลังงานของมัทฉะมาแปลเป็นภาษาของ Oasis
